วันศุกร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2562

รีวิว Vivo V15 สมาร์ทโฟนดีไซน์สวยล้ำด้วยหน้าจอ Ultra FullView ฟีเจอร์เต็มในราคาหมื่นต้น


ก่อนหน้านี้ GADZBOX ได้รีวิว Vivo V15 Pro สมาร์ทโฟนไร้ติ่งซ่อนกล้องหน้าด้วยป๊อปอัพ พร้อมกล้องหลังสามตัวทรงพลังไปแล้ว มาคราวนี้ถึงเวลาของรุ่นน้องในซีรีส์เดียวกันบ้างกับ Vivo V15 ที่หน้าตาแทบจะเหมือนกันราวกับฝาแฝด ซึ่งแม้จะบอกว่าเป็นรุ่นน้องแต่ดีไซน์ตัวเครื่องและฟีเจอร์ทั้งหลายก็ยังมีครบครันไม่แพ้รุ่นพี่เลยล่ะ

Vivo V15 Specs:
  • Display: Ultra FullView Display ขนาด 6.53 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ ครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 5
  • Chipset: Mediatek Helio P70 ที่มี CPU Octa-Core 2.1GHz
  • GPU: Mali-G72MP3
  • RAM: 6GB
  • Storage: 128GB
  • Micro SD Card: รองรับสูงสุด 256GB
  • Camera:
    กล้องหลังสามตัว ประกอบด้วยกล้องหลัก 24MP ใช้เซ็นเซอร์ขนาด 1/2.8” รูรับแสงขนาดใหญ่ f/1.78 ตัวรับแสงในพิกเซลขนาด 1.28μm ×1.28μm 24 million photosensitive units พร้อมเทคโนโลยี Dual Pixel Focusing เพิ่มประสิทธิภาพในการถ่ายภาพ เก็บแสงได้ดีมากยิ่งขึ้น จับโฟกัสได้รวดเร็ว + 8MP AI Super Wide-Angle + 5MP Depth Camera
    กล้องหน้าความละเอียด 32MP f/2.0 
  • Connectivity: Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, WiFi Direct, hotspot, Bluetooth 5.0, microUSB 2.0, USB On-The-Go
  • Battery: 4,000mAh รองรับชาร์จไฟไว (Dual-Engine Fast Charging) ใช้เวลา 15 นาที ชาร์จได้ 24%
  • OS: Android 9 Pie (Funtouch OS 9)
  • ราคา 10,990 บาท

Unbox


กล่องของ Vivo V15 มาในสีขาวพร้อมหน้าตาตัวเครื่องที่เผยจุดเด่นทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นดีไซน์หน้าจอแบบ Ultra FullView Display ที่ซ่อนกล้องหน้าป๊อปอัพเอาไว้ และกล้องหลัง AI Triple Camera ทว่าภาพบนกล่องนั้นเป็นตัวเครื่องสี Topaz Blue


ด้านหลังกล่องบอกแค่จุดเด่นหลักๆ ตามสไตล์ของแบรนด์และตรงป้ายที่ผ่านการรับรองของ กสทช. มานั้นได้บอกสีเครื่องเอาไว้ซึ่งต่างจากภาพหน้ากล้องคือ Glamour Red ดังนั้นใครที่สนใจจะซื้อรุ่นนี้เช็คกล่องก่อนให้เค้ากรีดซีลนะ เผื่อสีไม่ตรงกันจะได้ไม่ต้องเปิดหลายกล่อง


อุปกรณ์ในกล่องมีดังนี้
  1. ตัวเครื่อง Vivo V15
  2. เคสแข็งผสมยางด้านข้าง
  3. Adapter จ่ายไฟ 5V/2A, 9V/2A 
  4. สาย USB-A to Micro USB
  5. หูฟัง
  6. เข็มจิ้มถาดใส่ซิม
  7. คู่มือ
  8. ใบรับประกัน














ดีไซน์ตัวเครื่อง Vivo V15 นั้นโดดเด่นด้วยหน้าจอแบบ Ultra FullView Display ที่เป็นหน้าจอไร้ขอบขนาด 6.53 นิ้ว โดยมีสัดส่วนหน้าจอสูงถึง 90.95% ซึ่งได้ซ่อนกล้องหน้าเอาไว้ในตัวเครื่องที่สามารถเรียกออกมาใช้งานได้โดยการป๊อปอัพขึ้นมา



ด้านหลังตัวเครื่องโดดเด่นด้วย Spectrum Ripple Design ที่ออกแบบให้ตัวเครื่องแสดงสีสัน เปล่งประกายออกมาอย่างสวยงาม ให้ความรู้สึกที่ดูทันสมัยมากยิ่งขึ้นซึ่งจะมีการไล่เฉดสีจากเข้มมาสู่สีสว่าง พร้อมกันนี้ยังใช้ฝาหลังแบบโค้งมนให้เข้ารูปมือเวลาใช้งานเพื่อจับถือได้ถนัดมือยิ่งขึ้น ซึ่งด้านหลังนอกจากจะมีกล้องหลังสามตัวแล้วยังมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือตรงกลางฝาหลังด้วย

ด้านบนตัวเครื่องนอกจากซ่อนกล้องหน้าเอาไว้แล้วยังมีไมโครโฟนตัวที่สองสำหรับตัดเสียงรบกวนขณะสนทนา, ด้านซ้ายตัวเครื่องมีปุ่มสำหรับเรียก Assistant  ซึ่งสามารถเลือกได้ว่าจะใช้ Google Assistant หรือ Jovi Image Recognizer และมีช่องให้จิ้มถาดใส่ซิมออกมา ส่วนด้านขวาจัดวางปุ่มไว้ทั้งเพิ่มลดเสียงและเพาเวอร์ สุดท้ายด้านล่างมีช่องเสียบหูฟัง 3.5มม. ใกล้กับไมโครโฟนสนทนา และลำโพงตัวเครื่องวางอยู่ทางขวาของพอร์ท Micro USB

ถาดใส่ซิมของตัวเครื่องนั้นจะเป็นแบบ 3 Slot เลยคือใส่ได้ทั้งซิมแบบ Nano Sim สองซิมและ Micro SD Card พร้อมกัน

ด้วยดีไซน์หน้าจอแบบ Ultra FullView Display ทำให้แม้ตัวเครื่องจะมีหน้าจอใหญ่ถึง 6.53 นิ้ว ก็ยังสามารถจับถือและใช้งานมือเดียวได้สบายๆ อยู่ แต่ถ้ามือผู้หญิงอาจใหญ่ไปนิด


เทียบหน้าตาตัวเครื่องของ Vivo V15 (6.53 นิ้ว) กับ V15 Pro)จะเห็นว่าแทบจะเหมือนฝาแฝดกันเลยก็ว่าได้แต่แตกต่างกันที่ขนาดหน้าจอเล็กน้อยทำให้ V15 สูงกว่านิดหน่อยและการวางเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ฝาหลังกับในหน้าจอนั่นเอง

Multimedia


ในการใช้งานด้าน Multimedia บน Vivo V15 นั้นให้ความเต็มตาสะใจไม่ต่างกับ V15 Pro เลยด้วยหน้าจอตัวเครื่องแบบ Ultra FullView ที่เป็นหน้าจอไร้ขอบอย่างแท้จริง ขนาดใหญ่สะใจ 6.53 นิ้ว สีหน้าจอธรรมชาติสบายตา ซึ่งจากที่ทดสอบใช้งานการดู NetFlix ขณะเดินทางไปทำงานก็นับว่าได้อารมณ์เต็มตา


การเล่นเกมส์ก็ถูกปรับแต่งให้เหมาะกับหน้าจอโดยมีการขยายภาพให้เต็มจออย่างที่เห็น และยังมี Game Cube ที่ช่วยปรับแต่งประสิทธิภาพตัวเครื่องให้เหมาะสมกับการเล่นเกมส์ พร้อมเพิ่มประสบการณ์ที่ดีในการเล่นเกมส์ด้วยการตังค่าต่าๆ ให้สามารถปิดการแจ้งเตือน, ปฏิเสธการรับสาย หรือแสดงแป้นพิมพ์แบบย่อส่วนได้ด้วย ซึ่งจากที่ทดสอบเล่นเกมส์มาแม้ตัวเครื่องจะใช้งานชิปเซ็ต MediaTek Helio P70 ก็สามารถเล่นเกมส์หนักๆ อย่าง Lineage 2 Revolution ได้สบายๆ ยกเว้นตอนไปล่าบอสที่คนหนาแน่นอันนั้นมีกระตุกบ้างเหมือนกัน


กล้องถ่ายรูป
Vivo V15 มาพร้อมกล้องหลังสามตัวที่มีกล้องหลักความละเอียด 24MP f/1.78 (ถ่ายรูปออกมาที่ 12MP) และกล้อง Ultra Wide 8MP f/2.2 ช่วยให้ถ่ายภาพมุมมองกว้างขึ้นได้และกล้องตัวที่สามเป็น Depth Sensor 5MP f/2.4 ช่วยในการถ่ายภาพแบบชัดตื้น ซึ่งลูกเล่นฟีเจอร์ต่างๆ ของกล้องก็จัดเต็มมาไม่แพ้รุ่นพี่เลย อย่างการถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ (ชัดตื้น) หรือการถ่ายภาพด้วยโหมด Pro ซึ่งสามารถปรับตั้งค่าเองได้ทั้ง ISO, White Balance, Speed Shutter, EV ก็ยังมีให้ แต่เพิ่มเติมคือมี AI Portrait Lighting, AI Face Beauty, AI Body Shaping, AI Scene Recognition แต่รุ่นนี้จะไม่มี Night Mode มาให้

ส่วนกล้องหน้านั้นซ่อนเอาไว้ในตัวเครื่อง โดยกล้องหน้ามีความละเอียด 32MP f/2.0 สะใจสำหรับสายเซลฟี่แน่นอน และยังรองรับฟีเจอร์ AI Face Shaping, AI Portrait Lighting และ AR Sticker

ส่วนภาพถ่ายที่ได้จากรุ่นนี้จะเป็นอย่างไรก็ลองมาชมกันดู ภาพทั้งหมดมิได้มีการปรับแต่งใดๆ ทั้งสิ้น


อย่างที่รู้กันว่า Vivo V15 เองก็มีกล้องหลังสามตัวซึ่งมีกล้องเลนส์ Wide ที่มีมุมกว้างและ Ultra Wide ที่มุมโคตรกว้างทำให้การถ่ายภาพด้วย V15 นั้นสนุกและได้มุมที่หลากหลายยิ่งขึ้นอีกทั้งคุณภาพของภาพที่ได้ในสภาวะแสงปกติก็นับว่าดีเลยทีเดียว ซึ่งต้องขอบคุณ HDR ที่ติดมากับตัวเครื่องและทำงานได้ดีทำให้การเก็บภาพในสภาวะแสงที่มีความแตกต่างกันมากก็ยังมีรายละเอียดที่ดีอยู่ ทั้งนี้ถ้าไม่ชอบภาพแบบ HDR ก็สามารถตั้งค่าปิดมันได้เช่นกัน



สำหรับการเก็บภาพเวลามีแสงยิ่งเข้ามาตรงกล้องหรือแสงแฟลร์นั้นต้องบอกว่า V15 ทำได้ดีมากเกินกว่าที่คิดเอาไว้ โดยเก็บแฟลร์ได้สวยงามอย่างที่เห็นไม่ทำให้ภาพดูฟุ้งเกินไปแต่อย่างใด 



นอกจากการถ่ายรูปปกติที่มี AI เข้ามาช่วยให้ภาพสวยแล้ว ยังมี Filter ต่างๆ ให้เลือกใช้ให้สามารถเปลี่ยนอารมณ์ของภาพที่ถ่ายออกมาอีกมากมายด้วย ซึ่งการใส่ Filter นั้นสามารถใส่ได้ทั้งสองเลนส์เลย



ลองถ่ายภาพอาหารกันบ้าง ด้วยโหมดอัตโนมัตินี่ล่ะ ภาพที่ได้จากร้านที่มีสภาพแแสงแดดส่องเข้ามานับว่าทำได้ดี การจับสมดุลสีขาวแม่นยำและแสดงสีสันของภาพออกมาได้ถูกต้อง




ลองสภาพแสงน้อยกันบ้างกับไลน์อาหารในบุฟเฟ่ต์โรงแรมแห่งหนึ่งที่ตัวห้องแสงไม่มาก ส่วนตรงอาหารจะเป็นหลอดไฟสีเหลือง V15 ก็สามารถถ่ายรูปออกมาได้ดีทีเดียวแม้จะไม่มี Night Mode มาให้ก็ตาม


ลองถ่ายภาพบุคคลกันบ้างด้วยโหมดอัตโนมัตินี่ล่ะ การเก็บแสงสีของภาพทำได้ดี สีผิวถูกต้องและการมีเลนส์ Ultra Wide ก็ช่วยให้ถ่ายภาพบุคคลได้หลากหลายมุมมากขึ้นโดยเฉพาะกับสถานที่ๆ ไม่สามารถถอยห่างจากแบบได้แล้ว อีกทั้งยังสามารถช่วยให้ขาดูเรียวยาวขึ้นอีกด้วย



สองภาพบนเป็นการทดสอบถ่ายภาพบุคคลแบบไม่เปิดบิวตี้และเปิดบิวตี้โหมด จะเห็นว่ามีการเร่งความสว่างของภาพให้มากขึ้น และผิวคนนี่ขาวขึ้นแบบชัดเจนมาก อีกทั้งหน้ายังดูสว่างไม่มืดมนและเนียนขึ้นด้วย ซึ่งถ้าไม่ปรับแบบจัดเต็มเกินไปก็จะดูดีแบบธรรมชาติเลย


 สองภาพด้านบนนี้เปรียบเทียบระหว่างเลนส์ Wide และ Ultra Wide ให้เห็นความกว้างที่มากขึ้นของภาพ (แต่ถ่ายคนละมุม) ซึ่งเลนส์ Wide เนี่ยจะเก็บได้แค่ครึ่งตัวเท่านั้นจากระยะที่ห่างแบบ (ประมาณ 2 เมตร) แต่พอเป็น Ultra Wide สามารถถ่ายได้ทั้งตัวเลย และยังสามารถช่วยให้ขายาวขึ้นอย่างที่เห็นด้วย
 ลองถ่ายด้วยเลนส์ Wide ในแสงของร้านกาแฟมุมที่แสงไม่เข้ามากนัก ด้วยสไตล์ของ Vivo ทำให้หน้าของคนไม่หมอง สว่าง ดูดี



สองภาพสุดท้ายสำหรับการถ่ายภาพบุคคลด้วยการย้อนแสงแบบวัยรุ่นที่มีแสงแดดส่องเข้ามาในภาพ จะเห็นว่าเลนส์ Ultra Wide นั้นภาพดูสว่างและรายละเอียดเผินๆ ดูดีกว่าเนื่องด้วยแสงที่ส่องเข้ามันอยู่ไกลจนไม่ส่งผลให้ภาพมืดนัก ส่วนเลนส์ Wide แม้จะโดนแสงส่องเข้ามาค่อนข้างแรงแต่ด้วยพลังของ HDR ทำให้เก็บรายละเอียดของแบบได้ดีอยู่

อย่างไรก็ตามในการถ่ายภาพคนด้วยกล้องหลังเราสามารถเลือกใช้งานโหมด AI Beauty ได้เหมือนกับ Vivo V15 Pro ซึ่งสามารถปรับในส่วนของความสวย (Beauty) และรูปร่าง (Slim) ได้มากมาย ดังนี้
- Beauty: ลดรอยต่างๆ, สีผิว, ความขาว, หน้าเรียว, ปรับรูปหน้า, เพิ่มคาง, ทำตาโต, เลื่อนตาดำ, ปรับรูปจมูก, ปรับขนาดจมูก, ปรับรูปปาก
- Slim: ปรับขนาดตัว, ปรับขนาดหัว, ปรับขนาดไหล่, ปรับขนาดเอว, ปรับความสูง, ปรับขนาดขา, เพิ่มขนาดก้น 

ต่อกันด้วยกล้องหน้า
เรื่องการเซลฟี่เนี่ยต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่โดดเด่นแต่ไหนแต่ไรของ Vivo แล้วซึ่งสำหรับ V15 เองก็ทำได้ดีมากตามคาด ด้วยกล้องหน้าความละเอียด 32MP f/2.0 ซ่อนเอาไว้ในตัวเครื่อง 



ทดสอบการเซลฟี่แบบปิด Beauty กับเปิด Beauty และถ่ายย้อนแสงจะเห็นว่ามีการเร่งให้หน้าคนสว่าง แต่ก็ยังเก็บรายละเอียดฉากหลังคนได้ดี ทั้งนี้พอใช้งาน Beauty สีผิวจะมีความขาวขึ้นเนียนขึ้นทันตา


แต่ถ้าแค่ความขาวเนียนจากการใช้ Beauty ยังไม่พอใจ อยากหน้ายาวตาโต ขอบตาไม่ดำ และอื่นๆ ก็สามารถปรับแต่งเองได้อีกด้วยซึ่ง AI Beauty สามารถปรับแต่งได้เหมือนกล้องหลัง แต่เฉพาะในส่วนของ Beauty ได้แก่ ลดรอยต่างๆ, สีผิว, ความขาว, หน้าเรียว, ปรับรูปหน้า, เพิ่มคาง, ทำตาโต, เลื่อนตาดำ, ปรับรูปจมูก, ปรับขนาดจมูก, ปรับรูปปาก ส่วนการปรับ Slim ที่เกี่ยวกับรูปร่างนั้นไม่สามารถทำได้ 



ส่วนการเซลฟี่กับเงาแรงๆ หรือการย้อนแสงก็หมดห่วง ตัวเครื่องสามารถประมวลผลในการถ่ายภาพออกมาได้ดี เก็บรายละเอียดหน้าคนออกมาได้หมด แม้ว่าจะเสียรายละเอียดไปบ้างจากการโดนแดดส่องเข้ามาอย่างแรงก็ตาม ซึ่งโดยรวมต้องบอกเลยว่ากล้องหน้า Vivo V15 เนี่ยเหมาะกับสายเซลฟี่อย่างมาก


สรุป: Vivo V15 เป็นสมาร์ทโฟนราคาหมื่นนิดๆ ตอบโจทย์สำหรับคนที่ต้องการสมาร์ทโฟนดีไซน์ล้ำไร้ติ่งไร้รอยบากแบบ Ultra FullView แม้สเปคไม่ได้แรงมากแต่ก็เรียกว่าเหลือเฟือสำหรับการใช้งานทุกประเภท จะเอามาเล่นเกมส์ก็ไร้ปัญหาเพราะประสิทธิภาพเครื่องมีมากพอ อีกทั้งยังมีกล้องหน้าและกล้องหลังที่คุณภาพดีแม้จะขาด Night Mode จากรุ่น V15 Pro ไปก็ตาม และแบตเตอรี่ยังมีขนาดใหญ่ถึง 4,000mAh และรองรับการชาร์จไฟไว ซึ่งด้วยราคา 10,990 บาท แล้วก็นับทางเลือกที่น่าสนใจ อย่างไรก็ตามก็ยังมีจุดที่ต้องพิจารณาเล็กน้อยคือตัวเครื่องยังคงใช้งานพอร์ทแบบ Micro USB อยู่