วันอาทิตย์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2562

รีวิว Vivo V15 Pro สมาร์ทโฟนไร้ติ่งซ่อนกล้องหน้าด้วยป๊อปอัพ พร้อมกล้องหลังสามตัวทรงพลัง



Vivo V15 Pro สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดจากแดนมังกรที่เปิดตัวด้วยเทคโนโลยีจัดเต็มทั้งหน้าจอเต็มตาแบบไร้ติ่งหน้าจอ เหนือชั้นด้วยการซ่อนกล้องหน้าเอาไว้ในตัวเครื่องพร้อมป๊อปอัพขึ้นมาใช้งานเมื่อต้องการ อีกทั้งกล้องหลังยังทรงพลังจัดมาให้สามตัวถ่ายได้ทั้งมุมปกติและมุมกว้างช่วยให้ถ่ายรูปสนุกขึ้น นอกจากนี้ประสิทธิภาพตัวเครื่องยังมากพอสำหรับใช้งานทั้งเหมาะกับท่องโซเชียลหรือจะเล่นเกมส์ก็ดี ซึ่งทั้งหมดนี้จัดอยู่ในราคาหมื่นกลางเท่านั้น



แกะกล่อง 



กล่องของ V15 Pro ยังคงมาในสีขาวอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ Vivo ซึ่งด้านหน้ากล่องได้โชว์หน้าตาตัวเครื่องอย่างที่เกริ่นนำไปว่าไร้ติ่งและมีกล้องหน้าป๊อปอัพ อีกทั้งตัวเครื่องมีกล้องหลังสามตัว และด้านหลังกล่องเองยังเผยสเปคเด่นตัวเครื่องได้แก่ Ultra FullView Display, AI Triple Camera, 32 Elevating Front Camera และ In-Display Fingerprint Scanning


แกะกล่องออกมาจะมีอุปกรณ์ดังนี้
- ตัวเครื่อง Vivo V15 Pro
- เคสยางผสมพลาสติกแข็ง
- Adapter จ่ายไฟ 5V/2A หรือจ่ายไฟเร็วได้ 9V/2A
- สาย Micro USB
- หูฟังมาตรฐาน 3.5มม.
- คู่มือการใช้งาน
- ใบรับประกัน
- เข็มจิ้มถาดซิมและถาด Micro SD card


ก่อนจะไปชมหน้าตาตัวเครื่องขอขั้นด้วยสเปคของตัวเครื่องกันก่อน โดย Vivo V15 Pro มีสเปคดังนี้

Vivo V15 Pro Specs

  • หน้าจอ: Ultra FullView Display ขนาด 6.39 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ 
  • Chipset: Qualcomm Snapdragon 675 (Octa Core CPU 2.0GHz) 
  • GPU: Adreno 612
  • RAM: 6GB
  • หน่วยความจำเครื่อง: 128GB
  • Micro SD Card: สูงสุด 256GB
  • กล้องหน้า: 32MP f/2.0 รองรับฟีเจอร์ AI Face Shaping, AI Portrait Lighting และ AR Sticker
  • กล้องหลัง: AI Triple Camera กล้องสามตัวประกอบด้วย กล้องหลัก 48MP f/1.8 เซ็นเซอร์ขนาด 1/2.25 นิ้ว พร้อมเทคโนโลยี Quad Pixel Sensor  ให้ขนาดพิกเซล 1.6 micron + กล้องมุมมองกว้าง (Ultra Wide) 8MP f/2.2 + Depth Sensor 5MP f/2.4 เพื่อช่วยสร้างโบเก้และถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ โดยกล้องหลังมีฟีเจอร์ Live Photos, Bokeh, AI Portrait Lighting, AI Face Beauty, AI Body Shaping, AI Scene Recognition และ Night Mode
  • การเชื่อมต่อ:   Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac dual-band, WiFi Direct, hotspot
    Bluetooth 5.0
    microUSB 2.0
    USB On-The-Go
  • รองรับการใช้งาน 4G LTE พร้อมกันสองซิมการ์ด
  • แบตเตอรี่: 3,700mAh รองรับระบบชาร์จเร็ว Dual Engine Fast
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย Funtouch OS 9
  • ขนาด: 157.25x74.71x8.21มม.
  • น้ำหนัก: 185 กรัม
  • สี: น้ำเงิน (Topaz Blue), แดง (Ruby Red)
  • ราคา 14,999 บาท

Design






ดีไซน์ด้านหน้าตัวเครื่องมีการใช้งานหน้าจอแบบ Ultra FullView Display ที่โชว์หน้าจอ Super AMOLED ความละเอียด Full HD+ ขนาด 6.39 นิ้วแบบเต็มตาไม่มีติ่งหรือรอยบากมาให้ขัดใจ ในอัตราส่วน 19.5:9 ปกป้องหน้าจอด้วยกระจก 2.5D ที่ตัดขอบโค้งให้เครื่องดูมีมิติมากยิ่งขึ้น 

ส่วนกล้องหน้านั้นซ่อนเอาไว้ในตัวเครื่อง เวลาใช้งานจะป๊อปอัพด้วยการสไลด์ออกมา ซึ่ง Vivo ได้ทดสอบการใช้งานเลื่อนขึ้นลงกว่า 3 แสนครั้งและ 1 พันครั้งต่อวันทำให้หมดห่วงเรื่องความคงทนว่าใช้งานได้ยาวๆ แน่นอน

เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือของ V15 Pro อยู่ในด้านหน้าเช่นกันโดยฝังเอาไว้ใต้หน้าจอ ซึ่งหากจะปลดล็อคตัวเครื่องจะแสดงตำแหน่งของเซ็นเซอร์ขึ้นมาให้เราเอาลายนิ้วมือที่บันทึกไว้แตะเพื่อปลดล็อคได้เลย



ด้านหลังตัวเครื่องใช้ดีไซน์ใหม่เรียกว่า Spectrum Ripple Design ที่เป็นการไล่เฉดสีพร้อมลวดลายคลื่นให้สีและลายที่แตกต่างจากรุ่นอื่น และที่ด้านหลังมีกล้องสามตัวที่มุมซ้ายบนจัดเรียงในแนวตั้ง มีไฟแฟลช LED ขั้นตรงกลางกล้อง
ด้านบนตัวเครื่องมีช่องเสียบหูฟังมาตรฐาน 3.5มม., ไมโครโฟนสำหรับตัดเสียงรบกวนและกล้องหน้าที่ซ่อนเอาไว้อย่างมิดชิด

ด้านซ้ายตัวเครื่องมีช่องเสียบถาดใส่ Micro SD Card และปุ่มสำหรับเรียกใช้งาน Assistant ซึ่งสามารถเลือกได้ว่าจะใช้ Google Assistant หรือ Jovi Image Recognizer


ด้านขวาตัวเครื่องมีปุ่มเพิ่มลดเสียงและปุ่มเพาเวอร์สำหรับเปิด/ปิดเครื่อง/หน้าจอ


ด้านล่างมีช่องสำหรับเสียบสายชาร์จ/ซิงค์แบบ Micro USB, ไมโครโฟนสำหรับสนทนา, ลำโพงตัวเครื่องและช่องเสียบถาดใส่ซิมการ์ด ซึ่งจะเห็นว่าตัวเครื่องรองรับการใช้งาน 2 ซิมแบบ Nano Sim


แม้ตัวเครื่องจะมีหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 6.39 นิ้วแต่ด้วยดีไซน์หน้าจอ Ultra FullView Display ทำให้การจับถือใช้งานมือเดียวสำหรับคนมือใหญ่นั้นสามารถทำได้สบายๆ ส่วนถ้าคนมือเล็กแนะนำให้ใช้งานสองมือจะดีกว่า 




เคสขอบยางด้านหลังแข็งที่แถมมาในกล่องของ V15 Pro นี้จัดว่าดูดีกว่าที่เคยให้มาซึ่งเดิมทีมักจะได้เป็นเคสยางใสอย่างเดียวแต่ครั้งนี้ผสมผสานมาอย่างลงตัว พอใส่เคสแล้วแน่นอนว่าเครื่องหนาขึ้นเล็กน้อยแต่ก็จับถือใช้งานถนัดขึ้นเช่นกันเพราะขอบเป็นยาง ทำให้ไม่ลื่น นอกจากนี้ตัวเคสยังได้เว้นช่องไว้สำหรับกล้องหน้าป๊อปอัพ และมีจุกปิดช่องเสียบสายชาร์จ/ซิงค์ Micro USB อีกด้วย

กล้องถ่ายรูป
Vivo V15 Pro มาพร้อมกล้องหลังสามตัวที่มีกล้องหลักความละเอียด 48MP f/1.8 และกล้อง Ultra Wide 8MP f/2.2 ช่วยให้ถ่ายภาพมุมมองกว้างขึ้นได้และกล้องตัวที่สามเป็น Depth Sensor 5MP f/2.4 ช่วยในการถ่ายภาพแบบชัดตื้น ซึ่งลูกเล่นฟีเจอร์ต่างๆ ของกล้องก็จัดเต็มมาเช่นเคย อย่างการถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ (ชัดตื้น) หรือการถ่ายภาพด้วยโหมด Pro ซึ่งสามารถปรับตั้งค่าเองได้ทั้ง ISO, White Balance, Speed Shutter, EV ก็ยังมีให้ แต่เพิ่มเติมคือมี Live Photos, Bokeh, AI Portrait Lighting, AI Face Beauty, AI Body Shaping, AI Scene Recognition และ Night Mode เข้ามาด้วย

ส่วนกล้องหน้านั้นซ่อนเอาไว้ในตัวเครื่อง โดยกล้องหน้ามีความละเอียด 32MP f/2.0 สะใจสำหรับสายเซลฟี่แน่นอน และยังรองรับฟีเจอร์ AI Face Shaping, AI Portrait Lighting และ AR Sticker

ส่วนภาพถ่ายที่ได้จากรุ่นนี้จะเป็นอย่างไรก็ลองมาชมกันดู ภาพทั้งหมดมิได้มีการปรับแต่งใดๆ นอกจากย่อขนาดและใส่ลายน้ำเท่านั้น 

Auto Mode


 เริ่มต้นด้วยการถ่ายภาพสภาวะแสงตอนเช้าที่พระอาทิตย์ขึ้นซึ่งกล้องสมาร์ทโฟนปัจจุบันไม่มีความจำเป็นต้องกังวลในเรื่องของการเก็บภาพในที่แสงเพียงพออยู่แล้ว แต่สำหรับ Vivo V15 Pro นี้สามารถถ่ายทอดภาพได้หลากอารมณ์มากขึ้นด้วยเลนส์ Ultra Wide ที่ติดมาด้วย  พร้อมกันนี้ยังได้มี HDR ที่เลือกได้ว่าจะเปิดหรือไม่เปิดแต่เดิมมันเปิดมาอยู่แล้วและผมว่าก็ให้ใช้งานไปเลยดีแล้ว เพราะหลายๆ สถานการณ์เราเจอสภาพแสงที่ต่างกันเยอะในภาพ ก็จะได้เจ้านี่แหละที่ช่วยให้เก็บรายละเอียดของภาพมาได้



 ข้อดีหลักของการมีเลนส์ Ultra Wide เลยก็คือในกรณีที่เราต้องการถ่ายภาพแบบเก็บองค์ประกอบภาพทั้งหมดแต่เราไม่สามารถเดินถอยหลังได้อีกแล้ว การมีเลนส์มุมมองกว้างขึ้นก็จะช่วยให้เราเก็บภาพที่เราต้องการได้ และบนตัวเครื่อง V15 Pro ยังได้ทำซอฟต์แวร์ในการแก้ไขความเบี้ยวของภาพมาให้กรณีใช้เลนส์ Ultra Wide ถ่ายภาพด้วย ทำให้ภาพไม่ดูผิดปกติ

 โดยปกติแล้วการใช้เลนส์ที่มีมุมมองกว้างมากๆ จะทำให้ภาพเกิดความผิดเพี้ยนคือเบี้ยวนั่นล่ะ แต่สำหรับการที่ Vivo ได้ทำซอฟต์แวร์แก้ไขความผิดพลาดของความกว้างของเลนส์มาให้ก็ทำให้เราสามารถถ่ายภาพตึกได้โดยที่ไม่ต้องกลัวตึกจะโค้งงอเลยแบบตัวอย่างภาพข้างต้นนี้

 อย่างที่บอกไปข้างต้น กรณีที่เราถอยไม่ได้แล้วแต่อยากเก็บภาพให้ได้ให้หมดหรือเยอะที่สุดก็ยังดี การมีเลนส์ Ultra Wide ก็จะช่วยให้เก็บภาพได้กว้างขึ้นอย่างที่เห็น ซึ่งมันไม่ได้กว้างขึ้นนิดเดียวแต่กว้างขึ้นแบบมากมายเลยนะ



Night Mode 



 สำหรับการถ่ายภาพกลางคืน Vivo ได้เพิ่มซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้ถ่ายภาพยามค่ำคืนหรือในสภาวะแสงน้อยได้ดียิ่งขึ้นกับ Night Mode ซึ่งจะเป็นการถ่ายภาพที่ใช้เวลามากขึ้น โดยเท่าที่ทดสอบตัวเครื่องจะใช้เวลาถ่ายภาพสองวินาที แล้วจะประมวลผลออกมาซึ่งจะเก็บรายละเอียดของภาพได้เพิ่มมากขึ้นและสว่างขึ้นอย่างที่เห็น
ทั้งนี้โหมดถ่ายรูปดังกล่าวสามารถใช้งานได้เพียงกับกล้องหลักความละเอียด 48MP เท่านั้น



การถ่ายภาพอาหารตอนกลางวันหรือแสงพอมันไม่ท้าทายสำหรับกล้องมือถือแล้ว ดังนั้นในรีวิวจึงมีแต่การทดสอบถ่ายภาพอาหารยามค่ำคืนมาให้ชมซึ่งได้ใช้งาน Night Mode ช่วยในการถ่ายภาพด้วย ผลลัพธ์ที่ได้ก็ออกมาอย่างที่เห็นนี่ล่ะ ดีงามเลยใช่มั้ย



Portrait

 ลองถ่ายภาพบุคคลกันดูบ้างด้วยกล้องหลังของ V15 Pro โดยใช้งานทั้งเลนส์ปกติและเลนส์ Ultra Wide ก็จะได้ภาพและอารมณ์ต่างกัน ซึ่งเลนส์ Ultra Wide เนี่ยสาวๆ น่าจะชอบนะเพราะทำให้ตัวดูเล็กลงและขายังดูยาวขึ้นได้อีกตะหาก


 ภาพที่ถ่ายออกมาได้นั้นผมถือว่าให้ผลลัพธ์ออกมาได้ดีเลยล่ะ แต่จะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะสถานการณ์ใดเมื่อเราใช้ V15 Pro ถ่ายรูปคนออกมาแล้วคนจะสว่างแน่นอน ไม่มีให้คนมืดจนมองไม่เห็นหรือมองลำบาก ซึ่งอันนี้แล้วแต่ความชอบของแต่ละบุคคลเลย หรือถ้าสว่างไปจะแตะจุดโฟกัสแล้วลดแสงลงมาก็ได้ แต่จากที่ผมทดสอบนี้ก็ให้กล้องเค้าเลือกเอาเองเลยว่าจะให้ผลลัพธ์แบบใด



 การถ่ายย้อนแสงเองก็ทำได้ดีด้วยพลังของ HDR ที่เก็บรายละเอียดภาพมาได้ทั้งข้างนอกประตูที่มีแสงแดดแรงจัด และกระทั่งนางแบบหรือรายละเอียดต่างๆ ในภาพจำพวกต้นไม้ ฯลฯ




 ทั้งนี้ในการถ่ายภาพคนด้วยกล้องหลังเราสามารถเลือกใช้งานโหมด AI Beauty ได้ซึ่งสามารถปรับในส่วนของความสวย (Beauty) และรูปร่าง (Slim) ได้มากมาย ดังนี้
- Beauty: ลดรอยต่างๆ, สีผิว, ความขาว, หน้าเรียว, ปรับรูปหน้า, เพิ่มคาง, ทำตาโต, เลื่อนตาดำ, ปรับรูปจมูก, ปรับขนาดจมูก, ปรับรูปปาก
- Slim: ปรับขนาดตัว, ปรับขนาดหัว, ปรับขนาดไหล่, ปรับขนาดเอว, ปรับความสูง, ปรับขนาดขา, เพิ่มขนาดก้น

จากตัวอย่างภาพผมก็ได้มีการลองปรับแต่งไปหลายส่วนเช่นกัน ซึ่งจะเห็นได้ว่าต่างจากภาพแรกไปพอสมควรเลยทีเดียว เรียกได้ว่ามีรุ่นนี้ถ่ายรูปออกมาสวยแน่นอน ทั้งนี้จะเห็นว่าในกรณีที่เราไปปรับหน้าเล็กลงแล้วหากมีฉากหลังเป็นเส้นตรงก็อาจเกิดการเบี้ยวตามเหมือนกรอบรูปได้



แม้จะเจอแสงแดดสาดมาแรงแค่ไหน การถ่ายภาพบุคคลก็ไม่เป็นปัญหา ยังคงเก็บรายละเอียดของนางแบบได้ครบถ้วน

นอกจากนี้ในการถ่ายภาพเองเราสามารถปรับอารมณ์ของภาพด้วย FIlter จำนวนมากที่ติดมาในแอปกล้องของเครื่องเลยซึ่งการใช้ Filter ที่แตกต่างกันก็จะให้อารมณ์แตกต่างกันไปอีกด้วย 

Selfie

การใช้งานกล้องหน้าคงหนีไม่พ้นเรื่องการเซลฟี่ซึ่งสำหรับ Vivo V15 Pro ได้จัดกล้องหน้าความละเอียด 32MP f/2.0 ซ่อนเอาไว้ในตัวเครื่อง หากจะเรียกใช้จึงจะทำการ Pop-Up ขึ้นมา ซึ่งคุณภาพของภาพถ่ายกล้องหน้า Vivo นี้เชื่อขนมกินได้เลยว่าดีงามแน่นอน และผลลัพธ์ที่ได้ผมว่าก็ดีจริงๆ นะ

ในส่วนของกล้องหน้าเองก็มี AI Beauty ที่สามารถปรับแต่งได้เหมือนกล้องหลังแต่เฉพาะในส่วนของ Beauty ได้แก่ ลดรอยต่างๆ, สีผิว, ความขาว, หน้าเรียว, ปรับรูปหน้า, เพิ่มคาง, ทำตาโต, เลื่อนตาดำ, ปรับรูปจมูก, ปรับขนาดจมูก, ปรับรูปปาก ส่วนการปรับ Slim ที่เกี่ยวกับรูปร่างนั้นไม่สามารถทำได้ซึ่งก็ถูกต้องแล้วเพราะคงไม่มีใครแขนยาวพอจะเซลฟี่ตัวเองได้ทั้งตัวหรอก

 ลองเซลฟี่โดยให้้มีแสงเข้ามาเป็นเงาที่หน้าบางส่วนก็จะมีการดันหน้าให้สว่างขึ้นและยังมีเงาลงเสมือนจริงอยู่ และรายละเอียดบนหน้ายังคงเก็บมาได้ดี

หรือจะให้หลบในมุมมืดแล้วเซลฟี่ ยังไงหน้าก็เด่นชัด รายละเอียดครบ ส่วนอื่นๆ ของภาพจะเป็นเงามืดดำไปก็ไม่ใช่ปัญหา


หรือจะเซลฟี่ย้อนแสงแบบแรงๆ เต็มๆ ก้ดันภาพให้สว่างหมดพร้อมเก็บรายละเอียดทั้งส่วนสว่างและมืดให้ครบผ่าน HDR ทำให้เห็นรายละเอียดฉากข้างนอกและหน้าคนอยู่


โดยรวมแล้วสำหรับกล้องหน้าของ Vivo V15 Pro นั้นเชื่อว่าเป็นที่ชื่นชอบในการใช้งานแน่นอน เพราะการเซลฟี่ที่ดียังไงก็ต้องเก็บรายละเอียดหน้าเราได้ครบ ไม่มืด

Multimedia


ในการใช้งานด้าน Multimedia บน Vivo V15 Pro นั้นให้ความเต็มตาสะใจด้วยหน้าจอตัวเครื่องแบบ Ultra FullView ที่เป็นหน้าจอไร้ขอบอย่างแท้จริง ขนาด 6.39 นิ้ว อัตราส่วน 19.5:9 และยังฝังระบบเซ็นเซอร์ที่ใช้ในการวิเคราะห์แสง จับระยะห่าง และตัวรับเสียงไว้ที่ขอบบน และล่างของตัวเครื่อง อีกทั้งหน้าจอที่ใช้งานยังเป็นแบบ Super AMOLED ที่ให้สีสันสดใสและภาพคมชัดระดับเดียวกันกับสมาร์ทโฟนราคาสองหมื่นสามหมื่นบาทอีกด้วย ทำให้การรับชมวิดีโอ ภาพยนตร์ต่างๆ ได้อรรถรสได้ยิ่งกว่าเคย และยังไม่มีติ่งมาให้กวนใจด้วย ซึ่งจากที่ทดสอบใช้งานการดู NetFlix ขณะเดินทางมาก็นับว่าได้อารมณ์เต็มตากว่าเครื่องเดิมๆ ที่เคยใช้มา
นอกจากการรับชมวิดีโอ/ภาพยนตร์แล้ว การเล่นเกมส์ก็ถูกปรับแต่งให้เหมาะกับหน้าจอโดยมีการขยายภาพให้เต็มจออย่างที่เห็น และยังมี Game Cube ที่ช่วยปรับแต่งประสิทธิภาพตัวเครื่องให้เหมาะสมกับการเล่นเกมส์ พร้อมเพิ่มประสบการณ์ที่ดีในการเล่นเกมส์ด้วยการตังค่าต่าๆ ให้สามารถปิดการแจ้งเตือน, ปฏิเสธการรับสาย หรือแสดงแป้นพิมพ์แบบย่อส่วนได้ด้วย ซึ่งจากที่ทดสอบเล่นเกมส์มาแม้ตัวเครื่องจะใช้งานชิปเซ็ต Snapdragon 675 แต่ก็เล่นเกมส์หนักๆ อย่าง Lineage 2 Revolution ได้อย่างราบรื่นไม่มีปัญหาใดๆ 

สรุป: Vivo V15 Pro เป็นสมาร์ทโฟนราคาหมื่นกลางที่ครบครันเหมาะสำหรับการใช้งานทุกประเภท มีกล้องหน้าและกล้องหลังที่ทรงพลัง ใช้งานชิปเซ็ตที่เร็วแรงพอตัวเล่นเกมส์ไม่มีปัญหา และยังถือเป็นเครื่องประดับที่สวยงามได้ด้วยดีไซน์ตัวเครื่องที่มีหน้าจอแบบ Ultra FullView Display และการใช้เทคโนโลยีต่างๆ อันทันสมัยอย่างเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจออีกด้วย ซึ่งด้วยราคา 14,999 บาทแล้วก็นับว่าคุ้มค่าไม่น้อย อย่างไรก็ตามก็ยังมีจุดที่ต้องพิจารณาเล็กน้อยคือตัวเครื่องไม่มี NFC มาให้และยังคงใช้งานพอร์ทแบบ Micro USB