วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2562

ส่องสเปกของสองสมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้แห่งอนาคต Huawei Mate X vs Samsung Galaxy Fold มีจุดดีจุดเด่นแตกต่างกันอย่างไร

นับว่าเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นอยู่ไม่น้อยในวงการสมาร์ทโฟน เมื่อสองยักษ์ใหญ่อย่าง Huawei และ Samsung เปิดตัวสมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้ตามกันมาติด ๆ ซึ่งข้อดีของสมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้นั้นจะช่วยให้เราไม่ต้องพกพาทั้งสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตพร้อมกันอีกต่อไป และตอนนี้เทคโนโลยีสมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้ก็กำลังถูกจับตามองว่าจะเป็นการปฏิวัติวงการสมาร์ทโฟนในอนาคตหรือไม่ ทาง Gadzbox.com เลยขอนำจุดเด่นของ Huawei Mate X และ Samsung Galaxy Fold มาเปรียบเทียบกันเพื่อดูว่าสมาร์ทโฟนของสองค่ายยักษ์ใหญ่มีจุดเด่นที่เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

หน้าจอและการพับ

Huawei Mate X ถูกออกแบบมาให้พับหน้าจอเข้าหาขอบเครื่องของอีกฝั่ง ซึ่งเมื่อพับเข้ามาแล้วจะกลายเป็นสมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอถึง 2 ฝั่ง โดยแบ่งเป็นหน้าจอด้านหน้าแบบ OLED ขนาด 6.6 นิ้ว ความละเอียด 2480 x 1148 พิกเซล และหน้าจอด้านหลังแบบ OLED ขนาด 6.38 นิ้ว ความละเอียด 2480 x 892 พิกเซล เมื่อ Huawei Mate X ถูกกางเครื่องออกจะมีขนาดหน้าจอที่ใหญ่ถึง 8 นิ้ว มีความละเอียด 2480 x 2200 พิกเซลและมีอัตราส่วนของหน้าจออยู่ที่ 8: 7.1


Huawei เรียกดีไซน์นี้ว่า Falcon Wing ข้อดีของบานพับแบบนี้คือมีความยืดหยุ่นสูง มั่นคง และทนทาน ทำให้หน้าจอไม่ยืดจนเกินไปในขณะที่กำลังพับ ดีไซน์ของหน้าจอจะเป็นแบบไร้ขอบทำให้สามารถแสดงผลได้อย่างเต็มพื้นที่ ด้านข้างฝั่งหนึ่งจะมีขอบหนากว่าอีกฝั่งเพราะเป็นที่อยู่ของกล้อง Leica 3 เลนส์และเซ็นเซอร์ต่าง ๆ พร้อมกับทำหน้าที่เป็นตัวยึดเมื่อพับหน้าจออีกฝั่งเข้ามา


ในส่วนของ Samsung Galaxy Fold จะแบ่งหน้าจอออกเป็น 2 ส่วน คือหน้าจอด้านนอกและหน้าจอด้านใน สำหรับการพับจะเป็นการพับหน้าจอด้านในประกบเข้าหากันเมื่อต้องการใช้งานเป็นสมาร์ทโฟน ซึ่งหน้าจอในโหมดสมาร์ทโฟนจะเป็นจอแบบ Super AMOLED ขนาด 4.6 นิ้ว ความละเอียด HD+ อัตราส่วน 21:9 พร้อมกล้องหน้าตรงส่วนบนของหน้าจอ


และเมื่อต้องการใช้งานในโหมดแท็บเล็ท ก็จะกางหน้าจอออกจากกันเหมือนเปิดหนังสือ เมื่อกางออกมาจะพบกับหน้าจอด้านในขนาด 6.6 นิ้ว ความละเอียด 2048 x 1536 พิกเซล อัตราส่วน 4.2: 3 พร้อมกล้องเซลฟี่อีก 2 เลนส์


เมื่อใช้งานในโหมดแท็บเล็ท ส่วนของหน้าจอและกล้องที่ใช้งานในโหมดสมาร์ทโฟนจะกลายเป็นด้านหลังของแท็บเล็ทแทน


ประสิทธิภาพและสเปกของเครื่อง


ทั้ง Huawei Mate X และ Samsung Galaxy Fold ต่างก็ใช้ชิปเซ็ตที่ดีที่สุดเป็นอันดับต้น ๆ ในเวลานี้ เริ่มจาก Huawei Mate X ที่ใช้หน่วยประมวลผลรุ่นท็อปของค่ายอย่าง HiSilicon Kirin 980 ซึ่งผลิตด้วยสถาปัตยกรรมระดับ 7 นาโนเมตร ความเร็ว 2.6 GHz RAM 8 GB และความจุ 512 GB โดยสามารถเพิ่มการ์ดหน่วยความจำ NM card ได้สูงสุดอีก 256 GB ส่วน Samsung Galaxy Fold ใช้หน่วยประมวล Snapdragon 855 ซึ่งถูกผลิตด้วยสถาปัตยกรรมระดับ 7 นาโนเมตรเช่นเดียวกัน โดยมีความเร็ว 2.84 GHz RAM 12 GB และความจุ 512 GB


ในเรื่องของการเชื่อมต่อ Huawei Mate X มีโมเด็ม Balong 5000 ที่รองรับการเชื่อมต่อเครือข่าย 5G และมีความเร็วในการดาวน์โหลดสูงถึง 4.6 Gbps สามารถโหลดไฟล์ขนาด 1 GB ได้ในเวลา 3 วินาที ส่วน Samsung Galaxy Fold นั้นยังไม่มีการยืนยันว่ารองรับการใช้งาน 5G หรือไม่


กล้องถ่ายภาพ


Huawei เป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่ขึ้นชื่อเรื่องการถ่ายภาพ ซึ่งกล้องของ Huawei Mate X นั้นได้เลือกใช้กล้อง 3 เลนส์ที่พัฒนาร่วมกับ Leica เช่นเคย โดยตำแหน่งของกล้องจะอยู่ที่ขอบด้านข้างของเครื่อง โดยแบ่งเป็นกล้องหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล กล้องเลนส์ Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และกล้องเลนส์มุมกว้างแบบ Ultra Wide ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ซึ่งทาง Huawei ได้คิดไอเดียสุดบรรเจิดด้วยการใส่โหมด Mirror Shooting มาให้ซึ่งเป็นอานิสงค์จากการที่มีหน้าจอ 2 ฝั่งเมื่อใช้งานในโหมดสมาร์ทโฟน เมื่อทำการถ่ายภาพจะทำการแสดงการตัวอย่างของภาพก่อนถ่ายบนหน้าจอทั้ง 2 ฝั่ง ซึ่งกล้อง 3 เลนส์ของ Huawei Mate X นั้นจะทำหน้าที่เป็นทั้งกล้องหลักและกล้องเซลฟี่
ส่วน Samsung Galaxy Fold นั้นมาพร้อมกับกล้องถึง 6 เลนส์ โดยแบ่งออกเป็นกล้องด้านหลังที่มีกล้อง 3 เลนส์ ได้แก่ กล้องหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล กล้องเลนส์ Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล และกล้องเลนส์มุมกว้างพิเศษแบบ Ultra Wide ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล เมื่อใช้งานในโหมดสมาร์ทโฟนจะมีกล้องเซลฟี่ขนาด 10 ล้านพิกเซล และหากกางเครื่องออกเป็นแท็บเล็ทจะมีกล้องเซลฟี่คู่ ความละเอียด 10+8 ล้านพิกเซล


แบตเตอรี่


ประสิทธิภาพที่ยิ่งใหญ่ มาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่มีขนาดใหญ่ Samsung Galaxy Fold ได้ใส่แบตเตอรี่มาให้ถึง 2 ก้อนซึ่งมีความจุรวมกันที่ 4380 mAh ส่วน Huawei Mate X นั้นมีแบตเตอรี่ขนาด 4500 mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Huawei SuperCharge 55W ที่สามารถชาร์จไฟเครื่องได้ 85% ในเวลา 30 นาที และยังถือเป็นสมาร์ทโฟนที่ชาร์จแบตเตอรี่เร็วที่สุดในโลกในเวลานี้อีกด้วย


สรุป เป็นเรื่องดีที่สองแบรนด์ยักษ์ใหญ่แข่งกันพัฒนาสิ่งใหม่ ๆ

ถึงแม้ว่า Huawei Mate X และ Samsung Galaxy Fold นั้นจะมีราคาที่สูงกว่าสมาร์ทโฟนแบบทั่ว ๆ ไปในปัจจุบันและยังไม่ได้มีการผลิตเป็นจำนวนมาก แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีที่สองยักษ์ใหญ่แห่งวงการสมาร์ทโฟนแข่งกันพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ซึ่งคาดว่าเทคโนโลยีสมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้คงต้องใช้เวลาอีกสักพักเพื่อผลิตให้ได้จำนวนมากและทำให้ราคาอยู่ในระดับที่ผู้คนทั่ว ๆ ไปสามารถเอื้อมถึงได้ ซึ่งคาดว่าในอนาคตข้างหน้านี้สมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้จะเป็นการปฎิวัติวงการสมาร์ทโฟนครั้งยิ่งใหญ่ เพราะเป็นอุปกรณ์ที่สามารถใช้งานได้หลากหลาย เป็นได้ทั้งสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ทในเครื่องเดียวกัน ทำให้ไม่ต้องพกพาอุปกรณ์เป็นจำนวนมาก ซึ่งก็ต้องมาจับตาดูกันต่อไปว่าเทคโนโลยีสมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้นั้นจะได้รับความนิยมหรือไม่ในอนาคต