วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2562

ศึกปะทะเรือธง Huawei Mate 20 ปะทะ Samsung Galaxy S10 เทียบกันจุดต่อจุด


เมื่อบรรดาแบรนด์สมาร์ทโฟนทั้งหลายเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงออกมาก็เป็นเรื่องธรรมดาที่มักจะมีชาวเน็ตจับมาเปรียบเทียบกัน และคู่ที่มักจะถูกเอามาเปรียบเทียบกันบ่อย ๆ ก็หนีไม่พ้นแบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง Huawei กับ Samsung งานนี้ทาง Gadzbox.com เลยจับเอา Huawei Mate 20 Series มาเทียบกับ Samsung Galaxy S10 Series เพื่อดูกันว่าใครมีจุดเด่นในด้านไหนบ้าง ถ้าพร้อมแล้วเรามาเริ่มกันเลยที่จุดแรก นั่นก็คือ

ชิปเซ็ตสำหรับการประมวลผล

ถึงแม้ว่าสมาร์ทโฟนเรือธง Android หลายรุ่นจะใช้ชิปเซ็ต Snapdragon ของ Qualcomm แต่สำหรับ Huawei และ Samsung นั้นเลือกที่จะใช้ชิปเซ็ตที่ตัวเองผลิตขึ้นมาเอง ซึ่ง Kirin 980 ของ Huawei และ Exynos 9820 ของ Samsung ต่างก็เป็นชิปที่ผลิตขึ้นด้วยสถาปัตยกรรม 7 นาโนเมตรซึ่งมีขนาดเล็กมากที่สุดในปัจจุบัน ซึ่งหน่วยประมวลผลของ Mate 20 Series และ Galaxy S10 Series ต่างก็ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งคู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้งานทั่วไป, การเล่นเกมที่ทำได้อย่างลื่นไหล และระบบประมวลผล AI

การรับสัญญาณและการเชื่อมต่อ

Huawei มีประสบการณ์ด้านโครงสร้างพื้นฐานของโทรคมนาคมมาอย่างยาวนานก่อนที่สมาร์ทโฟนของ Huawei จะได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน และเป็นเจ้าแรกในโลกที่สามารถสร้างระบบเครือข่าย 5G ถึงแม้ว่า Huawei Mate 20 Series จะยังไม่รองรับ 5G แต่ก็มีฟังก์ชั่น Dual-VoLTE พร้อมระบบ Dual-SIM ที่ทำให้ผู้ใช้งานสามารถคุยโทรศัพท์จากทั้งสองซิมได้ในเวลาเดียวกัน ในขณะที่ Samsung Galaxy S10 Series นั้นรองรับระบบ Dual-SIM แต่สามารถคุยโทรศัพท์ได้ทีละซิมเท่านั้น แต่ถึงกระนั้น Samsung Galaxy s10 Series เองก็ยังมีจุดเด่นในเรื่องของเทคโนโลยี Wi-Fi 6 802.11AX ที่มีความเร็วกว่ามาตรฐานระบบ Wi-Fi ในปัจจุบันประมาณ 20%

ความจุของแบตเตอรี่และระบบชาร์จไฟ

ทั้ง Huawei และ Samsung ต่างมีเทคโนโลยีชาร์จไร้สายจากเครื่องของตัวเองให้กับอุปกรณ์อื่น ๆ ที่รองรับได้ ซึ่งน่าเสียดายที่ใน Huawei Mate 20 Series มีเพียง Mate 20 Pro เท่านั้นที่รองรับการชาร์จไร้สายและมีฟีเจอร์ Reverse Wireless Charging ในขณะที่ Samsung Galaxy S10 Series ทุกรุ่นนั้นรองรับการชาร์จไร้สายและมีฟีเจอร์ Wireless PowerShare กันถ้วนหน้า

แต่ในเรื่องความจุของแบตเตอรี่นั้นดูเหมือนว่า Mate 20 Series จะได้เปรียบมากกว่า เพราะว่าแบตเตอรี่ของรุ่น Mate 20 ที่เป็นรุ่นเริ่มต้นมีความจุที่เกือบจะเท่ากับ Galaxy S10+ ที่เป็นรุ่นท็อปสุดของ Galaxy S10 Series รวมไปถึงระบบการชาร์จของ Huawei ที่ถือว่ารวดเร็วมากทำให้ได้เปรียบในเรื่องการใช้งานในชีวิตประจำวันมากเข้าไปใหญ่


ระบบปลดล็อคหน้าจอ

Samsung Galaxy S10 และ S10+ ใช้ระบบสแกนนิ้วบนหน้าจอแบบ Ultrasonic Fingerprint ซึ่งใช้คลื่นเสียง Ultrasonic ในการตรวจจับลายนิ้วมือแบบ 3D ข้อดีของสแกนลายนิ้วมือแบบนี้คือมีความปลอดภัยสูง ปลอมแปลงลายนิ้วมือได้ยาก และสามารถใช้งานได้เมื่อนิ้วมือเปื้อน แต่ข้อเสียที่ตามมาคือมักจะมีปัญหาในการติดฟิล์มกระจกบางรุ่น ส่วนในรุ่น Galaxy S10e นั้นมีระบบสแกนลายนิ้วมือที่ปุ่มพาวเวอร์

ในส่วนของ Huawei นั้นจะมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือจากด้านหลังเครื่องในรุ่น Mate 20 และ Mate 20X

ส่วนในรุ่น Mate 20 Pro จะเป็นเซ็นเซอร์ลายนิ้วมือด้วยแสงบนหน้าจอซึ่งระบบนี้มีการทำงานที่เร็วกว่า Ultrasonic Fingerprint เล็กน้อย และมีความพิเศษตรงที่มีระบบสแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อคแบบ 3 มิติด้วย 3D Depth Sensing Camera ซึ่งมีความปลอดภัยมากกว่าระบบปลดล็อคใบหน้าแบบ 2 มิติที่ใช้เพียงกล้องหน้าเท่านั้น



แจ็คออดิโอขนาด  3.5 มม.


Samsung Galaxy S10 Series มาพร้อมแจ็คออดิโอขนาด 3.5 มม.ในทุกรุ่นย่อย ในขณะที่ Huawei Mate 20 Series จะมีแจ็คออดิโอในรุ่น Mate 20 และ Mate 20X แต่ไม่มีสำหรับ Mate 20 Pro เพราะฉะนั้นสำหรับคนที่รักในเสียงดนตรี ก็ควรมองรุ่นที่มีแจ็คออดิโอขนาด 3.5 มม. เป็นทางเลือกแรกไว้ก่อน


ดีไซน์

เรือธงของทั้งสองแบรนด์ต่างถูกออกแบบมาให้มีดีไซน์ที่ทันสมัยและเลือกใช้วัสดุคุณภาพดีในการผลิตเครื่อง อีกทั้งยังมีสีสันที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้ยากที่จะตัดสินว่าใครออกแบบได้ดีกว่ากัน


ประสิทธิภาพของกล้อง


จากผลทดสอบของเว็บไซต์ DxOMark รุ่นสูงสุดของทั้ง 2 ซีรี่ส์เรือธงอย่าง Samsung Galaxy S10+ และ Huawei Mate 20 Pro ต่างได้คะแนนการถ่ายภาพเป็นอันดับ 1 ร่วมกันที่ 109 คะแนน

ทั้งคู่มีความโดดเด่นในเรื่องการถ่ายภาพในภาพรวมทุก ๆ ด้าน ทั้งด้านการถ่ายภาพแบบมุมกว้าง การจับโทนสีได้อย่างถูกต้อง การถ่ายภาพในที่แสงน้อย และระบบ AI ที่ช่วยประมวลผลการถ่ายภาพได้อย่างชาญฉลาด

หน่วยความจำ



สำหรับราคาของสมาร์ทโฟนซีรี่ส์เรือธงของทั้ง 2 ค่ายในเมืองไทยนั้นเมื่อเทียบตามความจุแล้ว Samsung มีราคาที่สูงกว่าอย่างชัดเจน และมีรุ่นย่อยความจุสูงถึง 512 GB และ 1 TB ให้เลือกด้วยเช่นกัน โดย Samsung Galaxy S10 Series มีรุ่นย่อยดังนี้
  • Samsung Galaxy S10e RAM 6 GB ROM 128 GB ราคา 26,900 บาท
  • Samsung Galaxy S10 RAM 8 GB ROM 128 GB ราคา 31,900 บาท
  • Samsung Galaxy S10+ RAM 8 GB ROM 128 GB  ราคา 35,900 บาท
  • Samsung Galaxy S10+ RAM 8 GB ROM 512 GB  ราคา 44,900 บาท
  • Samsung Galaxy S10+ RAM 12 GB ROM 1 TB  ราคา 55,900 บาท
โดยทุกรุ่นย่อยสามารถเพิ่มความจุโดยใส่ Micro SD ได้สูงสุดอีก 512 GB

ส่วน Huawei Mate 20 Series นั้นจะมีราคาที่ถูกกว่าอย่างชัดเจนในความจุที่เท่ากัน แต่จะมีเพียงความจุ 128 GB ให้เลือกเท่านั้น โดย Huawei Mate 20 Series มีรุ่นย่อยดังนี้

  • Huawei Mate 20 RAM 6 GB ROM 128 GB ราคา 21,990 บาท
  • Huawei Mate 20X RAM 6GB ROM 128 GB  ราคา 28,990 บาท
  • Huawei Mate 20 Pro RAM 6GB ROM 128 GB  ราคา 29,990 บาท
โดยทุกรุ่นย่อยสามารถเพิ่มความจุโดยใส่ NM Card ที่มีเฉพาะใน Huawei ได้สูงสุดอีก 256 GB


บทสรุป เลือกซื้อรุ่นไหนดี

จากที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่าสมาร์ทโฟนทั้ง 2 ซีรี่ส์นั้นมีความสามารถที่ใกล้เคียงกันในหลายด้าน
ทั้งความสามารถในการใช้งานทั่วไป, การถ่ายภาพ, ระบบการเชื่อมต่อต่าง ๆ และดีไซน์ที่สวยงาม แต่ก็มีจุดที่แตกต่างกันที่อาจทำให้ต้องเลือกตัดสินใจซื้อรุ่นใดรุ่นหนึ่ง อย่างเช่นเรื่องหน่วยความจำที่ทางฝั่ง Samsung Galaxy S10 Series จะมีหน่วยความจำที่สูงกว่าให้เลือก ในขณะที่ Huawei Mate 20 Series นั้นจะมีแบตเตอรี่ที่ชาร์จได้รวดเร็วกว่าและใช้งานในชีวิตประจำวันได้นานกว่า รวมถึงมีราคาที่ถูกกว่าด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนนั้นนอกจากดูที่สเปกแล้ว ก็ควรเลือกรุ่นที่เหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวันของเราให้มากที่สุด ซึ่งแตกต่างออกไปตามสไตล์ของแต่ละคน